หน้าแรก / InwNews - รวมข่าวฮิต / กำลังอ่านอยู่

EV จีนจ่อขยับราคา! สรุปมาตรการภาษีใหม่และจุดสิ้นสุดของยุค “รถไฟฟ้าถูก”: คนไทยควรซื้อตอนนี้หรือรอดูทิศทาง?

EV จีนจ่อขยับราคา
🤖 AI สรุปเนื้อหา
  • ข้อที่ 1 สิ้นสุดยุคเงินอุดหนุน: มาตรการ EV 3.0 ที่เคยเปย์หลักแสนสิ้นสุดลง แทนที่ด้วย EV 3.5 ที่ลดเงินช่วยเหลือกองทุนลงเหลือเพียงประมาณ 50,000 บาท ส่งผลให้ราคารถหน้าโชว์รูมมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นทันที
  • ข้อที่ 2 ต้นทุนผลิตไทยสูงกว่านำเข้า: เงื่อนไขบังคับผลิตในไทย (1:2) ทำให้แบรนด์จีนต้องแบกรับต้นทุนโรงงานใหม่และห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ที่ยังไม่ประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) เท่าโรงงานแม่ในเซินเจิ้น
  • ข้อที่ 3 กำแพงภาษีโลกบีบหัวใจ: สงครามการค้าอเมริกา-ยุโรปที่ปิดประตูใส่จีน ทำให้ไทยเป็นยุทธศาสตร์สุดท้าย แต่คนไทยต้องแลกด้วย "ราคาที่สะท้อนความจริง" มากขึ้น แทนการดัมพ์ราคาถล่มตลาดเหมือนช่วง 2 ปีก่อน

หากย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยเปรียบเสมือนสมรภูมิที่ลุกเป็นไฟ แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีนดาหน้าเข้ามาทำสงครามราคา (Price War) จนผู้บริโภคชาวไทยได้เห็นรถยนต์สเปกเทพในราคาที่ “ถูกจนเหลือเชื่อ” บางรุ่นลดราคากันหลักแสนบาทในชั่วข้ามคืน

แต่ทว่า เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2569 ภาพจำเหล่านั้นกำลังจะกลายเป็นอดีต..

วันนี้ InwNews จะพาคุณไปเจาะลึกวิเคราะห์สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อ “ยุคทองของรถไฟฟ้าถูก” กำลังจะสิ้นสุดลง และทำไมเราถึงกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่รถ EV จีนอาจมีราคาแพงขึ้น ผ่านมุมมองมหภาคที่เชื่อมโยงตั้งแต่ทำเนียบขาว ไปจนถึงโรงงานในระยอง


1. จุดเริ่มต้นของจุดจบ: เมื่อ “เงินอุดหนุน” เริ่มจางหาย

กลไกสำคัญที่ทำให้รถ EV จีนในไทยมีราคาถูกในช่วงปี 2566-2568 ไม่ใช่แค่เรื่องของต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่คือ “มาตรการ EV 3.0” ของรัฐบาลไทยที่อัดฉีดเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 150,000 บาทต่อคัน พร้อมลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตจนเกือบเหลือศูนย์

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2569 มาตรการดังกล่าวถูกแทนที่ด้วย EV 3.5 อย่างเต็มตัว ซึ่งมีเงื่อนไขที่ “เข้มงวดขึ้น” และ “เปย์น้อยลง”

  • เงินอุดหนุนที่ลดลง: จากเดิมที่เคยได้หลักแสน ปัจจุบันในปี 2569 เงินอุดหนุนอาจเหลือเพียง 50,000 บาท หรือน้อยกว่านั้นตามประเภทแบตเตอรี่
  • เงื่อนไขการผลิตชดเชย: แบรนด์ที่เคยนำเข้ารถมาขายในช่วงก่อนหน้านี้ ต้องเริ่ม “ผลิตจริง” ในไทยตามเงื่อนไข 1:2 (นำเข้า 1 คัน ต้องผลิตในไทย 2 คัน)

เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร? การเปลี่ยนจากการ “นำเข้า” จากโรงงานประสิทธิภาพสูงในจีน มาเป็น “การผลิตในไทย” ที่กำลังอยู่ในช่วงตั้งไข่ (Learning Curve) ย่อมหมายถึงต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Unit Cost) ที่สูงขึ้นในช่วงแรก เมื่อบวกกับเงินอุดหนุนที่หายไป ราคารถที่เคยมองว่าถูก จึงมีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


2. สงครามการค้าโลก: เมื่ออเมริกาและยุโรป “ปิดประตูใส่” จีน

ทำไมแบรนด์รถจีนถึงต้องทุ่มตลาดในอาเซียน? คำตอบอยู่ในกำแพงภาษีของประเทศมหาอำนาจ

ในช่วงปี 2024-2025 สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของรัฐบาลได้ตัดสินใจยกระดับกำแพงภาษีนำเข้ารถ EV จากจีนพุ่งสูงถึง 100% ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ก็มีการเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุน (Anti-subsidy Duties) ในอัตราที่สูงเช่นกัน

การวิเคราะห์เชิงลึกเปรียบเทียบมหาอำนาจ:

  • สหรัฐอเมริกา: เน้นการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ (Protectionism) และพยายามตัดวงจรห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) จากจีนโดยสิ้นเชิงผ่านกฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) ซึ่งบังคับว่ารถ EV ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต้องใช้ชิ้นส่วนและแร่ธาตุที่ไม่ได้มาจาก “ประเทศที่น่ากังวล” อย่างจีน
  • จีน: เมื่อถูกปิดประตูจากตะวันตก จีนจึงมีภาวะ “กำลังการผลิตส่วนเกิน” (Overcapacity) มหาศาล รถยนต์นับล้านคันที่ผลิตออกมาจึงต้องหาที่ลง และ “ไทย” คือจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในอาเซียน

แต่เมื่อไทยเริ่มใช้มาตรการบังคับผลิตในประเทศ แบรนด์จีนจึงไม่สามารถ “ดัมพ์” ราคารถที่ผลิตจากจีนเข้ามาได้ง่ายๆ อีกต่อไป เพราะต้องแบกรับต้นทุนโรงงานที่สร้างขึ้นใหม่ในไทย ซึ่งความประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ยังสู้โรงงานแม่ในจีนไม่ได้


3. ภาษีสรรพสามิตใหม่ 2569: ดาบสองคมที่คนไทยต้องรู้

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ประเทศไทยได้เริ่มใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เน้นการปล่อยก๊าซ $CO_2$ เป็นหลัก แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จะยังได้รับสิทธิพิเศษเสียภาษีในอัตราต่ำเพียง 2% แต่สำหรับรถยนต์ประเภท Hybrid (HEV) และ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่เคยเป็นทางเลือกยอดนิยม จะเริ่มถูกขยับภาษีขึ้นตามระดับการปล่อยมลพิษ

นั่นหมายความว่า หากแบรนด์รถจีนไม่สามารถทำสเปกให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ราคาของรถกลุ่มนี้จะพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลให้ “ราคาเริ่มต้น” ของการเข้าถึงรถยนต์ประหยัดพลังงานในภาพรวมของตลาดขยับสูงขึ้นตามไปด้วย


4. วิเคราะห์ต้นทุน: ทำไมผลิตในไทยถึง “แพงกว่า” นำเข้าจากจีน?

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อผลิตในไทยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ทำไมราคาถึงจะไม่ลดลง? เรื่องนี้ต้องมองไปที่ “ห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่”

$Total Cost = Raw Materials + Manufacturing + Logistics + Tax/Subsidies$

แม้จะมีการตั้งโรงงานประกอบในไทย (Assembly) แต่ชิ้นส่วนสำคัญอย่าง “เซลล์แบตเตอรี่” ยังคงต้องนำเข้าจากจีนเป็นหลัก การนำเข้ามาประกอบในไทยมีค่าขนส่งและภาษีชิ้นส่วนบางรายการ นอกจากนี้ ค่าแรงและค่าสาธารณูปโภคในไทย แม้จะต่ำกว่ายุโรป แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการผลิตระดับ Automation ของโรงงานในเซินเจิ้นหรือกวางโจวแล้ว ต้นทุนต่อคันในไทยยังถือว่าสูงกว่าประมาณ 10-20% ในระยะแรก


5. คนไทยควรซื้อตอนนี้ หรือรอดูทิศทาง?

นี่คือคำถามล้านดอลลาร์ที่หลายคนกำลังตัดสินใจ InwNews ขอวิเคราะห์แยกเป็น 2 กลุ่มดังนี้:

กลุ่มที่ควร “ซื้อทันที”:

  • ผู้ที่เล็งรถรุ่นที่มีสต็อกค้างปี 2568: แบรนด์ต่างๆ กำลังเร่งระบายสต็อกรถนำเข้าเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขภาษีเก่า ช่วงต้นปี 2569 อาจเป็นจังหวะสุดท้ายที่จะได้ส่วนลดจากมาตรการ EV 3.0 ที่ค้างอยู่
  • ผู้ที่เน้นความคุ้มค่าจากการใช้งาน: หากคุณใช้รถเยอะ การประหยัดค่าน้ำมันในวันนี้ก็ยังคุ้มค่ากว่าการรอราคาลดลงในอนาคตที่ยังไม่แน่นอน

กลุ่มที่ควร “รอดูทิศทาง”:

  • ผู้ที่รอเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Generation ใหม่: ในปี 2569-2570 เราจะเริ่มเห็น Solid-state Battery หรือแบตเตอรี่ที่ชาร์จเร็วขึ้นและวิ่งได้ไกลขึ้นเริ่มเข้าสู่สายการผลิตจริง
  • ผู้ที่กังวลเรื่องราคาขายต่อ (Resale Value): ตลาดรถ EV มือสองในไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว หากคุณไม่อยากเจ็บตัวจากการที่ราคาป้ายแดงลดวูบวาบเหมือนปีก่อนๆ การรอให้ราคาตลาดนิ่งกว่านี้อาจเป็นทางเลือกที่ดี

บทสรุป: จุดสิ้นสุดของความฉาบฉวย สู่ยุคแห่งความเป็นจริง

ยุคที่รถ EV จีนราคาถูกเพราะการอัดฉีดเงินและการดัมพ์ตลาดกำลังจะหมดไป เรากำลังเข้าสู่ยุค “ราคาที่สะท้อนความเป็นจริง” มากขึ้น แบรนด์ที่จะอยู่รอดในไทยจะไม่ใช่แบรนด์ที่ทำราคาได้ถูกที่สุด แต่เป็นแบรนด์ที่มีห่วงโซ่อุปทานในไทยแข็งแกร่งที่สุด และมีบริการหลังการขายที่มั่นคง

ในเกมภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอเมริกาและจีน ไทยได้เลือกตำแหน่งเป็น “Detroit of Asia” สำหรับ EV ซึ่งต้องแลกมาด้วยการที่ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อย เพื่อแลกกับการสร้างอุตสาหกรรมในประเทศในระยะยาว

บทเรียนจากเรื่องนี้คือ ในโลกของทุนนิยม “ของถูกและดี” มักจะมีเงื่อนเวลาของมันเสมอ และเวลาของรถ EV จีนราคาถูกในไทย.. กำลังจะหมดลงในไม่ช้า

รายการอ้างอิง (References)

ข้อมูลมาตรการภาษีและนโยบายภาครัฐ (ไทย)

ข้อมูลสงครามการค้าและภาษีนำเข้า (ต่างประเทศ)

การวิเคราะห์แนวโน้มตลาดและเศรษฐกิจ

© 2026 InwStory. All rights reserved.