หากย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยเปรียบเสมือนสมรภูมิที่ลุกเป็นไฟ แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีนดาหน้าเข้ามาทำสงครามราคา (Price War) จนผู้บริโภคชาวไทยได้เห็นรถยนต์สเปกเทพในราคาที่ “ถูกจนเหลือเชื่อ” บางรุ่นลดราคากันหลักแสนบาทในชั่วข้ามคืน
แต่ทว่า เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2569 ภาพจำเหล่านั้นกำลังจะกลายเป็นอดีต..
วันนี้ InwNews จะพาคุณไปเจาะลึกวิเคราะห์สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อ “ยุคทองของรถไฟฟ้าถูก” กำลังจะสิ้นสุดลง และทำไมเราถึงกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่รถ EV จีนอาจมีราคาแพงขึ้น ผ่านมุมมองมหภาคที่เชื่อมโยงตั้งแต่ทำเนียบขาว ไปจนถึงโรงงานในระยอง
1. จุดเริ่มต้นของจุดจบ: เมื่อ “เงินอุดหนุน” เริ่มจางหาย
กลไกสำคัญที่ทำให้รถ EV จีนในไทยมีราคาถูกในช่วงปี 2566-2568 ไม่ใช่แค่เรื่องของต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่คือ “มาตรการ EV 3.0” ของรัฐบาลไทยที่อัดฉีดเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 150,000 บาทต่อคัน พร้อมลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตจนเกือบเหลือศูนย์
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2569 มาตรการดังกล่าวถูกแทนที่ด้วย EV 3.5 อย่างเต็มตัว ซึ่งมีเงื่อนไขที่ “เข้มงวดขึ้น” และ “เปย์น้อยลง”
- เงินอุดหนุนที่ลดลง: จากเดิมที่เคยได้หลักแสน ปัจจุบันในปี 2569 เงินอุดหนุนอาจเหลือเพียง 50,000 บาท หรือน้อยกว่านั้นตามประเภทแบตเตอรี่
- เงื่อนไขการผลิตชดเชย: แบรนด์ที่เคยนำเข้ารถมาขายในช่วงก่อนหน้านี้ ต้องเริ่ม “ผลิตจริง” ในไทยตามเงื่อนไข 1:2 (นำเข้า 1 คัน ต้องผลิตในไทย 2 คัน)
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร? การเปลี่ยนจากการ “นำเข้า” จากโรงงานประสิทธิภาพสูงในจีน มาเป็น “การผลิตในไทย” ที่กำลังอยู่ในช่วงตั้งไข่ (Learning Curve) ย่อมหมายถึงต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Unit Cost) ที่สูงขึ้นในช่วงแรก เมื่อบวกกับเงินอุดหนุนที่หายไป ราคารถที่เคยมองว่าถูก จึงมีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. สงครามการค้าโลก: เมื่ออเมริกาและยุโรป “ปิดประตูใส่” จีน
ทำไมแบรนด์รถจีนถึงต้องทุ่มตลาดในอาเซียน? คำตอบอยู่ในกำแพงภาษีของประเทศมหาอำนาจ
ในช่วงปี 2024-2025 สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของรัฐบาลได้ตัดสินใจยกระดับกำแพงภาษีนำเข้ารถ EV จากจีนพุ่งสูงถึง 100% ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ก็มีการเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุน (Anti-subsidy Duties) ในอัตราที่สูงเช่นกัน
การวิเคราะห์เชิงลึกเปรียบเทียบมหาอำนาจ:
- สหรัฐอเมริกา: เน้นการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ (Protectionism) และพยายามตัดวงจรห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) จากจีนโดยสิ้นเชิงผ่านกฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) ซึ่งบังคับว่ารถ EV ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต้องใช้ชิ้นส่วนและแร่ธาตุที่ไม่ได้มาจาก “ประเทศที่น่ากังวล” อย่างจีน
- จีน: เมื่อถูกปิดประตูจากตะวันตก จีนจึงมีภาวะ “กำลังการผลิตส่วนเกิน” (Overcapacity) มหาศาล รถยนต์นับล้านคันที่ผลิตออกมาจึงต้องหาที่ลง และ “ไทย” คือจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในอาเซียน
แต่เมื่อไทยเริ่มใช้มาตรการบังคับผลิตในประเทศ แบรนด์จีนจึงไม่สามารถ “ดัมพ์” ราคารถที่ผลิตจากจีนเข้ามาได้ง่ายๆ อีกต่อไป เพราะต้องแบกรับต้นทุนโรงงานที่สร้างขึ้นใหม่ในไทย ซึ่งความประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ยังสู้โรงงานแม่ในจีนไม่ได้
3. ภาษีสรรพสามิตใหม่ 2569: ดาบสองคมที่คนไทยต้องรู้
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ประเทศไทยได้เริ่มใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เน้นการปล่อยก๊าซ $CO_2$ เป็นหลัก แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จะยังได้รับสิทธิพิเศษเสียภาษีในอัตราต่ำเพียง 2% แต่สำหรับรถยนต์ประเภท Hybrid (HEV) และ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่เคยเป็นทางเลือกยอดนิยม จะเริ่มถูกขยับภาษีขึ้นตามระดับการปล่อยมลพิษ
นั่นหมายความว่า หากแบรนด์รถจีนไม่สามารถทำสเปกให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ราคาของรถกลุ่มนี้จะพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลให้ “ราคาเริ่มต้น” ของการเข้าถึงรถยนต์ประหยัดพลังงานในภาพรวมของตลาดขยับสูงขึ้นตามไปด้วย
4. วิเคราะห์ต้นทุน: ทำไมผลิตในไทยถึง “แพงกว่า” นำเข้าจากจีน?
หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อผลิตในไทยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ทำไมราคาถึงจะไม่ลดลง? เรื่องนี้ต้องมองไปที่ “ห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่”
$Total Cost = Raw Materials + Manufacturing + Logistics + Tax/Subsidies$
แม้จะมีการตั้งโรงงานประกอบในไทย (Assembly) แต่ชิ้นส่วนสำคัญอย่าง “เซลล์แบตเตอรี่” ยังคงต้องนำเข้าจากจีนเป็นหลัก การนำเข้ามาประกอบในไทยมีค่าขนส่งและภาษีชิ้นส่วนบางรายการ นอกจากนี้ ค่าแรงและค่าสาธารณูปโภคในไทย แม้จะต่ำกว่ายุโรป แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการผลิตระดับ Automation ของโรงงานในเซินเจิ้นหรือกวางโจวแล้ว ต้นทุนต่อคันในไทยยังถือว่าสูงกว่าประมาณ 10-20% ในระยะแรก
5. คนไทยควรซื้อตอนนี้ หรือรอดูทิศทาง?
นี่คือคำถามล้านดอลลาร์ที่หลายคนกำลังตัดสินใจ InwNews ขอวิเคราะห์แยกเป็น 2 กลุ่มดังนี้:
กลุ่มที่ควร “ซื้อทันที”:
- ผู้ที่เล็งรถรุ่นที่มีสต็อกค้างปี 2568: แบรนด์ต่างๆ กำลังเร่งระบายสต็อกรถนำเข้าเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขภาษีเก่า ช่วงต้นปี 2569 อาจเป็นจังหวะสุดท้ายที่จะได้ส่วนลดจากมาตรการ EV 3.0 ที่ค้างอยู่
- ผู้ที่เน้นความคุ้มค่าจากการใช้งาน: หากคุณใช้รถเยอะ การประหยัดค่าน้ำมันในวันนี้ก็ยังคุ้มค่ากว่าการรอราคาลดลงในอนาคตที่ยังไม่แน่นอน
กลุ่มที่ควร “รอดูทิศทาง”:
- ผู้ที่รอเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Generation ใหม่: ในปี 2569-2570 เราจะเริ่มเห็น Solid-state Battery หรือแบตเตอรี่ที่ชาร์จเร็วขึ้นและวิ่งได้ไกลขึ้นเริ่มเข้าสู่สายการผลิตจริง
- ผู้ที่กังวลเรื่องราคาขายต่อ (Resale Value): ตลาดรถ EV มือสองในไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว หากคุณไม่อยากเจ็บตัวจากการที่ราคาป้ายแดงลดวูบวาบเหมือนปีก่อนๆ การรอให้ราคาตลาดนิ่งกว่านี้อาจเป็นทางเลือกที่ดี
บทสรุป: จุดสิ้นสุดของความฉาบฉวย สู่ยุคแห่งความเป็นจริง
ยุคที่รถ EV จีนราคาถูกเพราะการอัดฉีดเงินและการดัมพ์ตลาดกำลังจะหมดไป เรากำลังเข้าสู่ยุค “ราคาที่สะท้อนความเป็นจริง” มากขึ้น แบรนด์ที่จะอยู่รอดในไทยจะไม่ใช่แบรนด์ที่ทำราคาได้ถูกที่สุด แต่เป็นแบรนด์ที่มีห่วงโซ่อุปทานในไทยแข็งแกร่งที่สุด และมีบริการหลังการขายที่มั่นคง
ในเกมภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอเมริกาและจีน ไทยได้เลือกตำแหน่งเป็น “Detroit of Asia” สำหรับ EV ซึ่งต้องแลกมาด้วยการที่ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อย เพื่อแลกกับการสร้างอุตสาหกรรมในประเทศในระยะยาว
บทเรียนจากเรื่องนี้คือ ในโลกของทุนนิยม “ของถูกและดี” มักจะมีเงื่อนเวลาของมันเสมอ และเวลาของรถ EV จีนราคาถูกในไทย.. กำลังจะหมดลงในไม่ช้า
รายการอ้างอิง (References)
ข้อมูลมาตรการภาษีและนโยบายภาครัฐ (ไทย)
- กรมสรรพสามิต. (2567). มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 (EV 3.5). สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.). https://www.eppo.go.th/index.php/en/component/k2/item/20151-news-
- สถาบันยานยนต์. (2567). EV 3.5 อนุมัติแล้ว! เริ่มใช้ 2 ม.ค. 2567 และเงื่อนไขการผลิตชดเชยปี 2569. https://www.thaiauto.or.th/2012/th/news/news-detail.asp?news_id=5620
ข้อมูลสงครามการค้าและภาษีนำเข้า (ต่างประเทศ)
- The Guardian. (2024, May 15). What’s behind the US tariffs on Chinese EVs and what do they mean for Biden’s re-election chances? https://www.theguardian.com/us-news/article/2024/may/15/joe-biden-us-tariffs-chinese-evs-electric-vehicles-details
- The Korea Herald. (2026, January 13). China, EU agree on steps to resolve EV imports dispute. https://www.koreaherald.com/article/10654275
- The International Institute for Strategic Studies (IISS). (2024, October 31). The EU’s approach to tariffs on Chinese electric vehicles. https://www.iiss.org/publications/strategic-comments/2024/10/the-eus-approach-to-tariffs-on-chinese-electric-vehicles/
การวิเคราะห์แนวโน้มตลาดและเศรษฐกิจ
- วิจัยกรุงศรี. (2569). แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ปี 2569-2571: อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า. Krungsri.com. https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/hi-tech-industries/electric-vehicle/io/electric-vehicle-bev-2026-2028
- Car250. (2569, 12 มกราคม). ภาษีรถยนต์ใหม่ 2569 เริ่มใช้ 1 ม.ค. 2569 เปลี่ยนเกณฑ์สู่ CO2 ดัน EV เต็มรูปแบบ รถน้ำมันเสี่ยงแพงขึ้น. https://www.car250.com/2026-01-12.html
- SuperBikeMag. (2568, 29 ธันวาคม). อัปเดตราคารถ EV ปี 2569 จ่อพุ่งหลักแสน! หลังมาตรการอุดหนุนสิ้นสุด 31 ธ.ค. 68. https://www.superbikemag.com/thailand-ev-price-2026-update/